คลีเมนซ์เผยวิธีที่ “อลีสซง” จะได้เป็นตำนานของลิเวอร์พูล

เรย์ คลีเมนซ์ อดีตนายทวาร หงส์แดง ชี้หนทางให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ เพื่อเป็นตำนานคนถัดไปของ “ลิเวอร์พูล” หลังจากฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ภายในฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

เรย์ คลีเมนซ์ สมัยก่อนผู้เฝ้าประตู หงส์แดง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนายทวารคนนี้ว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติบราซิลเรี่ยน จะต้องทำผลงานที่สุดยอดสม่ำเสมอให้ได้ 5-10 ปี ถึงจะคู่ควรกับการเชิดชูเทิดทูนให้เป็นตำนานที่ถิ่น แอนฟิลด์

อลีสซง พึ่งจะย้ายออกจาก โรม่า มาอยู่กับลิเวอร์พูล เมื่อตอนฤดูกาลก่อนปีที่ผ่านมา และก็ส่งผลงานยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมอย่างยิ่ง และก็เป็นผู้รักษาประตูคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รางวัลถุงมือทอง หรือ “โกลเด้น โกลฟ” 3 รายการใหญ่ในปีเดียวกันอีกทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, พรีเมียร์ลีก แล้วก็ โกปา อเมริกา 2019

อลีสซง เบ็คเกอร์

คลีเมนซ์ ยืนตำแหน่งให้ หงส์แดง 665 นัด ในช่วงปีค.ศ. 1968-1981 พูดถึง อลีสซง ว่า

“เขาได้ทำให้พวกเรามองเห็นแล้วว่าในปีนี้เขาเป็นผู้เฝ้าประตูที่เยี่ยมที่สุด แม้กระนั้นการจะเป็นยอดเยี่ยมตัวจริง หรือตำนานได้นั้น คุณจำเป็นที่จะต้องรักษามาตรฐานแบบงี้ไปอีก 5 ปี หรือ 10 ปี”

“คนที่จะได้เป็นตำนานของโลกผู้คนจะทราบเอง ผมโชคดีที่ได้ร่วมเล่นกับนักฟุตบอลบางบุคคล 6, 7, 8 ถึง 10 ปี รวมทั้งโน่นทำให้พวกเขาได้รับความวางใจเชื่อถือเป็นอันมากที่ หงส์แดง ช่วงเวลาที่ อลีสซง เริ่มได้ยอดเยี่ยมแล้ว แต่ว่าจากการเป็นนักฟุตบอลต่างประเทศ ไม่รู้เรื่องว่าพวกเขารวมทั้งครอบครัวจะต้องการอยู่กับสมาคมนานมากแค่ไหน”

“ผมหวังแบบนั้นนะ แม้กระนั้นประเด็นนี้ขึ้นกับเจ้าตัวว่าจะตกลงใจเช่นไร อลีสซง ควรได้รับเกียรติยศทุกสิ่งจากสิ่งที่เขา ผมยังไม่มีช่องทางพบเขา หวังว่า จะได้โอกาสวันใดวันหนึ่ง แม้กระนั้นเขามองเป็นนายทวารป้อมคงจะ, ไม่คุยโว และก็มีสมดุลที่ดี” คลีเมนซ์ ตบท้าย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: อียิปต์ตกรอบ ลิเวอร์พูลสั่งพัก ซาลาห์ 3 สัปดาห์
เขียนโดย: lectiipe.net

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เรดิง ( 4 )

แต่ทั้งนี้ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนสโมสรชาวอังกฤษแสดงความไม่พอใจในสัญลักษณ์ใหม่นี้โดยเฉพาะอย่างของคาราบาวแดง   และก่อนเปิดฤดูกาล 2016–17 ได้แต่งตั้งยาป สตัม อดีตผู้เล่นกองหลังของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้จัดการทีม

แต่ต่อมาในปลายเดือนเมษายน ค.ศ. 2017 กลุ่มทุนจากประเทศไทย ได้ประกาศขายหุ้นสโมสร โดยยอมรับว่าไม่สามารถนำพาทีมสู่ความสำเร็จได้ ทั้งที่อยู่ในช่วงปลายฤดูกาล และทีมมีลุ้นเลื่อนขึ้นไปแข่งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ด้วยการลงแข่งขันคัดเลือกหรือเพลย์ออฟ

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เรดิง ( 3 )

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 เรดิงได้ถูกกลุ่มนายทุนจากประเทศไทย นำโดย คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เข้าซื้อกิจการด้วยการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยมีชื่อของนายสัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ เป็นประธานสโมสร[2]

 

ในฤดูกาล 2015–16 เรดิง ได้คาราบาวแดง เป็นผู้สนับสนุน โดยจะแสดงสัญลักษณ์ทางการค้าบนหน้าอกชุดแข่งทีมเหย้า และการบินไทย ในชุดแข่งทีมเยือน และสโมสรได้เดินทางมาแข่งขันนัดพิเศษกับไทยแลนด์ออลสตาร์ ที่สนามศุภชลาศัย ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2015

 

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ( 14 )

ในฤดูกาล 2002-03 นิวคาสเซิลได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นทีมแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่แพ้ในรอบแบ่งกลุ่ม 3 เกมแรกแล้วยังสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ก่อนจะตกรอบแบ่งกลุ่มรอบสอง หลังจากถูกจับฉลากแบ่งสายไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลนา และ อินเตอร์ มิลาน ส่วนผลงานในพรีเมียร์ลีกนั้น นิวคาสเซิลก็ยังคงทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ จนจบฤดูกาลในอันดับที่ 3

ต่อมาในฤดูกาล 2003-04 นิวคาสเซิลตกรอบคัดเลือกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหลังพ่ายในการดวลจุดโทษให้กับพาร์ทิซาน เบลเกรด จนต้องตกชั้นลงไปเล่นในถ้วยยูฟ่าคัพแทน และจบฤดูกาลในอันดับที่ 5 รวมทั้งเข้าถึงรอบรองชนะเลิศถ้วยยูฟ่าคัพ แต่หลังจากนั้นทางสโมสรได้ทำการปลด เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2004 และได้แต่งตั้งแกรม ซูเนส ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมแทน

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ( 13 )

2000—2010

นิวคาสเซิลตัดสินใจแต่งตั้งเซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเข้ามากู้สถานการณ์ของทีม ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในโซนตกชั้น เกมเหย้าเกมแรกของนิวคาสเซิลภายใต้ร็อบสันจบลงด้วยชัยชนะ 8-0 เหนือเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ พร้อมทั้ง 5 ประตูจากกัปตันทีมแอลัน เชียเรอร์ ในช่วงที่ร็อบสันคุมทีม นิวคาสเซิลได้สร้างทีมขึ้นมาใหม่โดยอาศัยนักเตะดาวรุ่งเป็นแกนหลัก ผู้เล่นอย่างคีรอน ดายเออร์, เคร็ก เบลลามี่ และโลรองต์ โรแบร์ ทำให้นิวคาสเซิลกลับมาเป็นทีมระดับหัวแถวของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ฟุตบอลเกมรุกอันน่าตื่นเต้นของพวกเขาทำให้นิวคาสเซิลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2001-02 จนได้กลับเข้าไปเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และได้เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของถ้วยเอฟเอคัพและลีกคัพ

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลิเวอร์พูล ( 20 )

ในปี 1906 อัฒจันทร์ฝั่งยืนที่อยู่ปลายด้านหนึ่งของพื้นดินถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในนาม สปิออน ค็อป หลังจากที่เนินเขาแห่งหนึ่งใน นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ โดยเกิดเหตุการณ์การทำสงครามบัวร์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1900 อังกฤษได้ส่งทหารไปกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล เมื่อถึงจุดสูงสุดอัฒจันทร์สามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 28,000 คน และเป็นอัฒจันทร์ยืนชั้นเดียวที่หญ่ที่สุดในโลก สนามกีฬาหลายแห่งในประเทศอังกฤษได้จึงตั้งชื่อ สปิออน ค็อป เป็นชื่อของอัฒจันทร์ แต่แอนฟีลด์เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้น ซึ่งสามารถบรรจุผู้สนับสนุนได้มากกว่าพื้นที่สนามฟุตบอลทั้งหมด

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลิเวอร์พูล ( 19 )

สนามกีฬา

สนามฟุตบอลแอนฟีลด์สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1884 ติดกับแสตนลีย์ ปาร์ค เริ่มแรกเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน ก่อนที่เอฟเวอร์ตันย้ายสนามไปกูดิสันพาร์ค หลังจากขัดแย้งในเรื่องค่าเช่าพื้นที่สนามกับจอห์น โฮลดิง ผู้เป็นเจ้าของแอนฟีลด์ หลังจากนั้นโฮลดิ้งได้ก่อตั้งสโมรสรลิเวอร์พูลขึ้นเมื่อปี 1892 และแอนด์ฟีลด์จึงกลายเป็นสนามเหย้าของลิเวอร์พูลนับแต่นั้นมา ในขณะนั้นมีความจุของสนามทั้งสิ้น 20,000 คน ถึงแม้จะมีเพียงผู้ชม 100 คนเข้าชมการแข่งขันครั้งแรกของลิเวอร์พูลที่แอนฟีลด์

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 11 )

ยุครุ่งเรืองของสโมสร

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรอยู่ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 และช่วงทศวรรษที่ 2000 เนื่องจาก อาร์แซน แวงแกร์ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี 1996 แวงแกร์นำแทคติคใหม่ๆมาใช้ นำวิธีการซ้อมใหม่ ๆ เข้ามาและนำนักเตะต่างชาติที่สามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้มาเสริมทีมจำนวนมาก อาร์เซนอลจึงสามารถคว้าดับเบิลแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1997-98 ซึ่งเป็นแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วย และได้ดับเบิลแชมป์ที่ 3 ในฤดูกาล 2001-02

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 10 )

เข้าสู่ยุคโค้ช อาร์แซน แวงแกร์

การกลับเข้ามาสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งของ จอร์จ แกรแฮม อดีตนักเตะในฐานะผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลในปี 1986 ทำให้สโมสรสามารถคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย อาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1986-87 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่แกรแฮมเข้ามาคุมทีม จากนั้นก็มาได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 1988-89 ด้วยการคว้าแชมป์จากประตูในนาทีสุดท้าของเกมที่พบกับลิเวอร์พูล จากนั้น อาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของแกรแฮมนั้นก็ได้แชมป์ลีกอีกในปี 1990-91 โดยแพ้ไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น และสามารถคว้าแชมป์ดับเบิลแชมป์เอฟเอคัพพร้อมกับฟุตบอลลีกคัพได้ในฤดูกาล 1992-93 และถ้วยยุโรปใบที่ 2 คือยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพในฤดูกาล 1993-94 ได้ อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของแกรแฮมก็กลายเป็นความเสื่อมเสียเมื่อมีการเปิดเผยว่าเขาได้รับเงินสินบนจาก Rune Hauge เอเยนต์ของนักเตะในการซื้อตัว จากนั้น แกรแฮมก็โดนไล่ออกในปี 1995 และ บรูซ ริออช ก็เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งได้คุมทีมอยู่เพียงฤดูกาลเดียวก่อนที่จะลาออกไปเนื่องจากขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร

แชมป์มวยโลก ชาวไทย ฟ้าสั่ง พ.ธวัชชัย ( 4)

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 21 ตุลาคม 2548 ชนะน็อค ยก 2 โนเอล ซุงกาอิด (ฟิลิปปินส์) ที่ สนามกีฬาห้วยขวาง แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 17 กุมภาพันธ์ 2549 ชนะคะแนน เอ็ดการ์โด คาร์บินสัน (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 21 เมษายน 2549 ชนะน็อค ยก 4 เรย์นาโด มาร์โค (ฟิลิปปินส์) ที่ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 22 พฤษภาคม 2549 ชนะน็อค ยก 8 จูน เดอ อาซิส (ฟิลิปปินส์)